♧♧.....natureshop.....♧♧


แนะนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามอาการ

สมุนไพรสร้างเสริมสุขภาพ

รับจัดยาหม้อ สมุนไพรรักษามะเร็ง

เวชสำอางรักษาสิวฝ้ากระ

ผักอัดเม็ด
  

G-herb สมุนไพรรักษามะเร็ง : หมอสมหมาย ทองประเสริฐ

ยาปลูกผม-รักษาผมร่วงผมบาง-แก้ปัญหาหัวล้าน-เร่งผมยาว-นครหลวงการแพทย์

บทความสุขภาพน่าอ่าน

การชำระเงิน

รับมือรักษาและป้องกันเบาหวานขึ้นตากันเถอะ

รับมือรักษาและป้องกันเบาหวานขึ้นตากันเถอะ

หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าโรคเบาหวานนั้นเป็นโรคที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับดวงตาได้กล่าวคือจะทำให้เกิดอาการตาลาย ตามัว เมื่อมีอาการรุนแรงก็ย่อมส่งผลให้ตาบอดได้ เนื่องจากเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติจากระดับฮอร์โมนอินสุลินซึ่งมีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลในกระแสเลือดของผู้ป่วย เมื่อระดับฮอร์โมนต่ำก็ย่อมทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกันนี้น้ำตาลก็จะถูกขับออกมาทางปัสสาวะด้วยจนทำให้ปัสสาวะหวานมีมดขึ้น สำหรับอาการแรกเริ่มที่ปรากฏในผู้ป่วยโรคเบาหวานนั้นมักจะมีอาการกระหายน้ำ ดื่มน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อยครั้ง อ่อนเพลียง่าย เมื่ออาการของโรคเป็นหนักหรือนานมากขึ้นก็จะพบว่ามีอาการชาตามปลายมือปลายเท้า หลอดเลือดตามอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตามด้วย ผนังหลอดเลือดจะมีความหนาตัวขึ้น โดยเฉพาะอวัยวะหัวใจ ไตและดวงตานั่นเอง สำหรับการตรวจหาเบาหวานพบนั้นสามารถตรวจพบได้จากน้ำตาลในปัสสาวะและการตรวจเลือดซึ่งพบว่ามีระดับน้ำตาลสูงหรือไม่ หากพบว่ามีน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกตินั่นแสดงว่าผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวานอย่างแท้จริง

สาเหตุของอาการตามัวจนส่งผลให้ตาบอดในผู้ป่วยเบาหวาน
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าโรคเบาหวานเมื่อเกิดขึ้นแล้วนั้นย่อมส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับตาด้วย นั่นคือจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามัวจนทำให้ตาบอดได้ในที่สุด แต่สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคดังกล่าวนานแล้วหลายปี อาการตามัวก็มักมีสาเหตุการเกิดขึ้นได้ดังนี้

ตามัวจากระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นสูง
ผู้ป่วยเบาหวานอาจจะมีอาการตาพร่ามัวเกิดขึ้นในระหว่างที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นสูง สาเหตุก็เนื่องมาจากเลนต์ในดวงตาเกิดการบวมน้ำ ทำให้การมองเห็นภาพไม่ชัดเจนนักการโฟกัสภาพเพื่อปรับให้เห็นภาพนั้นๆ จึงไม่ชัดเจนเหมือนคนสายตาทั่วไป อีกทั้งยังมีลักษณะอาการซึ่งคล้ายกับคนสายตาสั้นอีกด้วย แต่อาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น เพราะหากผู้ป่วยสามารถปรับระดับน้ำตาลให้คงที่ปกติได้ การมองเห็นก็จะกลับมาเป็นปกติดังเดิม

อาการตามัวซึ่งเกิดจากการเป็นต้อกระจก
เลนส์ตาจากที่เคยใสจะเริ่มขุ่นหรือที่เราเรียกกันอย่างคุ้นเคยว่าเป็นต้อกระจก อาการนี้มักเกิดขึ้นในผู้ป่วยเบาหวานที่เป็นมานานแล้ว สาเหตุเนื่องจากน้ำตาลในกระแสเลือดมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสารซอบิตอลและฟรุคโตส โดยสารดังกล่าวจะเกิดการสะสมในเลนส์ตา ทำให้เกิดเลนส์ตาขุ่นปิดบังแสงไม่ให้เข้าสู่นัยน์ตา สำหรับวิธีการรักษานั้นหากผู้ป่วยมีอาการต้อกระจกขุ่นหนามากแพทย์จะผ่าตัดเพื่อเอาเลนส์ที่ขุ่นนั้นออกและให้ผู้ป่วยสวมใส่แว่นตา

อาการตามัวเพราะการเปลี่ยนแปลงที่จอประสาทตา
สำหรับอาการตามัวซึ่งจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จอประสาทตานั้น มีสาเกตุมาจากจุดรับภาพของจอประสาทตามีการอักเสบบวม มีเลือดออกในลูกตาดำ จะเกิดเยื่อพังผืดดึงรั้งจนจอประสาทตาลอก ตามปกติแล้ว จอประสาทตาของคนเราจะประกอบไปด้วยเส้นเลือดจำนวนมากมายแผ่เป็นร่างแหเพื่อหล่อเลี้ยงเซลล์ประสาทตา ในส่วนการรับรู้ภาพจะเกิดขึ้นจากการแสงของวัตถุ ผ่านตาดำและเลนส์ตาหักเหรวมแสงให้ภาพตกไปยังจอประสาทตา และมีการรับรู้ถ่ายทอดจากจอประสาทตาผ่านตามเส้นประสาทจากนัยน์ตาไปสู่สมองของเราอีกที

สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานมานานจอประสาทตามักจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดาอยู่แล้ว ในระยะแรกอาการของผู้ป่วยจะมีหลอดเลือดฝอยโป่งพองขึ้นที่ประสาทตาอาจแตกจนเห็นเป็นจุดเลือดออกเล็กๆ และอาจพบไขมันออกจากผนังหลอดเลือด โดยไขมันเหล่านี้หากรวมตัวกันอยู่ในบริเวณจุดรับภาพพอดีก็ย่อมทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการตามัวและทำให้ไม่สามารถมองภาพต่างๆ รอบตัวอย่างชัดเจนได้

ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีอาการป่วยมาเนิ่นนานนับสิบๆ ปีแล้ว จอประสาทตาในส่วนที่เกิดการขาดเลือดไปหล่อเลี้ยงจะเกิดการกระตุ้นเพื่อให้มีเส้นเลือดเพิ่มขึ้นมาใหม่ แต่จะมีผนังที่เปราะและแตกออกง่าย ซึ่งในระยะที่มีเส้นเลือดขึ้นผิดปกตินี้นับว่าเป็นช่วงที่อันตรายมาก เพราะเส้นเลือดในตาจะเสี่ยงต่อการเปราะแตกง่าย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเลือดออกภายในลูกตาจนกระทั่วตามัวลงในทันที นอกจากนี้แล้ว ผู้ป่วยเบาหวานยังมีเนื้อเยื่อคล้ายพังผืดงอกขึ้นตามเส้นเลือดและดึงรั้งให้ชั้นประสาทตาเกิดการลอกตัวกระทั่งทำให้ผู้ป่วยตาบอดได้

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของชั้นประสาทตาเหล่านี้ พบว่ามีความสัมพันธ์กับกับระยะเวลาที่ผู้ป่วยเป็นเบาหวาน หากเป็นมานาน 15 ปีแล้ว โอกาสของการเกิดการเปลี่ยนแปลงของจอประสาทตาจะเกิดขึ้นประมาณ 50-60% และเกิดอาการตาบอดได้ 1-2%

อาการตามัวจากการเป็นต้อหิน
ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถเป็นต้อหินขึ้นได้ เนื่องจากมีเส้นเลือดเกิดขึ้นผิดปกติในบริเวณม่านตาซึ่งเป็นส่วนที่ตาดำมองเห็น โดยเส้นเลือดดังกล่าวจะเข้าไปอุดตันทางเดินน้ำภายในลูกตาจนทำให้เกิดภาวะความดันตาสูง ผู้ป่วยจะรู้สึกว่ามีอาการปวดตา ตามัว พร่าและหากปล่อยไว้ให้เป็นนานเข้าความดันในตาก็จะกดให้ประสาทตาฝ่อและส่งผลให้ผู้ป่วยตาบอดได้

วิธีป้องกันเพื่อไม่ให้สายตาเสื่อม
ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน แม้จริงอยู่ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงที่ตาร่วมด้วย แต่เราก็ยังคงสามารถรับมือป้องกันไม่ให้อาการทางตาเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางผิดปกติมากนักได้ โดยหากหมั่นดูแลใส่ใจสุขภาพดวงตาตั้งแต่เนิ่นๆ ดังคำแนะนำดังนี้ อาการที่เกิดขึ้นกับตาก็จะไม่มีความรุนแรงและทำให้ตาของผู้ป่วยยังคงใช้งานได้ปกติดังเดิมได้เช่นกันค่ะ มาดูกันนะคะว่าต้องดูแลอย่างไรบ้างเพื่อป้องกันไม่ให้ตาเสื่อมลง

หมั่นตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ
ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรหมั่นเข้ารับการตรวจสายตาและจอประสาทตาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคที่คุณเป็นอยู่ เพื่อตรวจหาการเปลี่ยนแปลงของตาในระยะแรก เช่น การโป่งพองของเส้นเลือดฝอยที่เกิดขึ้นกับจอประสาทตา สิ่งสำคัญที่สามารถบอกได้ถึงการพยากรณ์ของโรครวมถึงอัตราเสี่ยงในการเกิดตาบอดในภายหลังสำหรับผู้ป่วยเบาหวานนั้นก็คือการตรวจพบเส้นเลือดผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่ โดยตรวจพบได้จากการส่องกล้องดูประสาทตาหรือการฉีดสีเข้าสู่เส้นเลือดพร้อมกับการถ่ายภาพเพื่อตรวจดูเส้นเลือดที่ประสาทตานั่นเอง

ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่มากที่สุด
ในปัจจุบันยังไม่มีผลการศึกษาชี้ชัดว่าการควบคุมน้ำตาลในเลือดให้คงที่ปกติจะสามารถช่วยยับยั้งไม่ให้การเปลี่ยนแปลงของประสาทตาเลวลงได้หรือไม่อย่างไร แต่การที่ผู้ป่วยหมั่นควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ปกติหรือใกล้เคียงความปกติให้ได้มากที่สุดก็ย่อมช่วยลดภาวะแทรกซ้อนในการนำมาสู่โรคต่างๆ ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวานจึงหมั่นดูแลร่างกายตนเองให้ดีและควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ใกล้เคียงความปกติให้ได้มากที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาแทรกซ้อนต่างๆ

การจี้ตาด้วยแสงเลเซอร์
แสงเลเซอร์จะมีความยาวของคลื่นแสงในขนาดเดียวกัน แต่สามารถปรับเพื่อให้ขนาดลำแสงเล็กลงตามต้องการได้ โดยแสงนี้จะทำหน้าที่ส่องผ่านตาดำ เลนส์ตาและเมื่อกระทบเข้ากับประสาทตาก็จะเปลี่ยนพลังงานจากพลังงานแสงให้กลายเป็นพลังงานความร้อนเกิดขึ้น

การรักษาด้วยการใช้แสงเลเซอร์จี้ที่ประสาทตานั้นจะทำให้ส่วนของจอประสาทตาเกิดการขาดเลือด ความต้องการของออกซิเจนก็จะลดลง วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเส้นเลือดขึ้นใหม่ที่ผิดปกติ นอกจากนี้ แสงเลเซอร์ยังสามารถใช้จี้เส้นเลือดผิดปกติที่เกิดขึ้นมาแล้วให้ฝ่อตัวลงไปได้อีกด้วย

ผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ย่อมมีอาการแทรกซ้อนสำคัญทางจักษุอยู่แล้ว อีกทั้งสาเหตุที่ส่งผลให้ตาบอดอย่างเห็นได้ชัดก็คือ เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจากชั้นประสาทของตา ต้อกระจกและต้อหิน แต่เพื่อการป้องกันมิให้สายตาเลวลง ผู้ป่วยสามารถปฏิบัติตนตามได้ง่ายๆ คือหมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำสม่ำเสมอ หากพบการเปลี่ยนแปลงทางประสาทตามากขึ้น แพทย์ก็จะให้การรักษาด้วยการจี้จากแสงเลเซอร์เพื่อป้องกันมิให้สายตาเลวลงได้นั่นเองค่ะ

รับมือรักษาและป้องกันเบาหวานขึ้นตากันเถอะ

รับมือรักษาและป้องกันเบาหวานขึ้นตากันเถอะ

รับมือรักษาและป้องกันเบาหวานขึ้นตากันเถอะ

รับมือรักษาและป้องกันเบาหวานขึ้นตากันเถอะ

รับมือรักษาและป้องกันเบาหวานขึ้นตากันเถอะ

♣♣................................................Natureshop.in.th คัดสรรสิ่งดีๆจากธรรมชาติมาให้คุณ.................................................♣♣

ระบบโดย OpenCart
Natureshop © 2018 | ภาษาไทยโดย Opencart2004