♧♧.....natureshop.....♧♧


แนะนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามอาการ

สมุนไพรสร้างเสริมสุขภาพ

รับจัดยาหม้อ สมุนไพรรักษามะเร็ง

เวชสำอางรักษาสิวฝ้ากระ

ผักอัดเม็ด
  

G-herb สมุนไพรรักษามะเร็ง : หมอสมหมาย ทองประเสริฐ

ยาปลูกผม-รักษาผมร่วงผมบาง-แก้ปัญหาหัวล้าน-เร่งผมยาว-นครหลวงการแพทย์

บทความสุขภาพน่าอ่าน

การชำระเงิน

วิตามิน B1

วิตามิน B1

วิตามิน B1

วิตามิน B1 หรือไธอะมีน (Thiamine) เป็นหนึ่งใน 8 ชนิดของวิตามินตระกูลบีที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งและให้ความสำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้เจริญอาหาร, ช่วยการดูดซึมโปรตีนและไขมัน, ข่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น, เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตให้กลายเป็นกลูโคสเพื่อสร้างพลังงาน, ช่วยในการนำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย, ช่วยเรื่องระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายและยังช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย รวมไปถึงยังช่วยในการทำงานของระบบประสาทและหัวใจ แถมยังแก้อาการเมาคลื่นและเมาอากาศแล้วก็ยังรักษางูสวัดให้หายเร็วขึ้น ขณะเดียวกันนั้นวิตามิน B1 เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ (Water soluble vitamine) ถูกทำลายด้วยความร้อนถ้าอยู่ในสารละลายที่มีฤทธิ์เป็นด่างหรือกลาง แต่ก็ทนความร้อนได้สูงถึง120 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว โดยวิตามิน B1 ร่างกายนั้นมันไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้ทำให้จำเป็นต้องได้รับจากการกินอาหารเข้าไปในรูปของไธอะมินอิสระและไธอะมินไพโรฟอสเฟต (Thiamin Pyrophosphate, TPP) หรือรวมอยู่กับโปรตีน-ฟอสเฟตเป็นสารเชิงซ้อน ซึ่งจะต้องถูกย่อยสลายในระบบทางเดินอาหารก่อนที่จะถูกดูดซึมผ่านผนังลำไส้ และร่างกายจะสะสมไธอะมินเอาไว้ได้ในจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นโดยมันจะกระจายอยู่ตามเนื้อเยื่อต่างๆ ทั้งหัวใจ, ตับ, ไต, สมองและกล้ามเนื้อ ซึ่งจะมีความเข้มข้นสูงกว่าในเลือดเล็กน้อยและไธอะมินจะถูกนำไปใช้จนหมดอย่างรวดเร็วหากไม่ได้รับเพิ่มจากอาหาร

วิตามิน B1

แม้ว่าในปัจจุบันนี้จะมีเทคโนโลยีที่ล้ำนำสมัยจนทำให้มีนวัตกรรมอาหารเสริมต่างๆ ออกมาให้เลือกหากันอย่างมากมายตามท้องตลาดสำหรับท่านที่ไม่ค่อยจะมีเวลาหรือละเลยที่จะทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่นั้น แต่หากอยากจะได้วิตามิน B1 ที่ดีที่สุดแล้วนั้นเราขอแนะนำให้ท่านเลือกทานอาหารเหล่านี้จะดีกว่าไม่ว่าจะเป็นไข่, นม, ข้าวกล้อง, ข้าวซ้อมมือ, ข้าวสาลี, ข้าวโอ๊ต, เนื้อหมู, ยีสต์, งา, ธัญญาพืชไม่ขัดสีและถั่วเมล็ดงาจะได้คุณค่าทางโภชนาการมากกว่าอาหารเสริมเพราะว่าได้มาจากธรรมชาติล้วนๆ และปลอดภัยแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงจากการทานเข้าไปอีกด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นอาหารแต่ละอย่างก็ให้วิตามิน B1 แตกต่างกันออกไปในปริมาณ 100 มิลลิกรัมอาทิเช่นเนื้อหมูสดให้ 0.69 มิลลิกรัม, ปลาดุก 0.20 มิลลิกรัม, ไข่เป็ด 0.28 มิลลิกรัม, ไข่ไก่ 0.15 มิลลิกรัม, ข้าวกล้องหรือข้าวหอมมะลิ 0.55 มิลลิกรัม, งาดำหรืองาอบ 0.75 มิลลิกรัม, ถั่วเหลืองดิบ 0.73 มิลลิกรัม และถั่วแดงดิบ 0.73 มิลลิกรัม

วิตามิน B1

ทางด้านความต้องการวิตามิน B1 นั้นจะแตกต่างกันออกไปตามปัจจัยต่างๆ อาทิเช่นเพศ, อายุ, น้ำหนักตัว ฯลฯ สำหรับปริมาณวิตามิน B1 ที่ลูกน้อยควรได้รับในแต่ละวันนั้นไล่ไปตั้งแต่ทารก 6-11 เดือน 0.3 มิลลิกรัม, เด็ก 1-3 ปี 0.5 มิลลิกรัม, เด็ก 4-8 ปี 0.6 กรัมและเด็ก 9-12 ปี 0.9 มิลลิกรัม ขณะที่ในวัยผู้ใหญ่อายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไปนั้นในผู้ชายต้องการ 1.2 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนผู้หญิงอยู่ที่ 1.1 มิลลิกรัมต่อวัน แต่หากเป็นหญิงตั้งครรภ์ให้เพิ่มจากเดิม 0.3 มิลลิกรัมตั้งแต่ไตรมาส 1-3 เช่นเดียวกับหญิงที่ให้นมบุตร 0-5 เดือนและ 6-11 เดือน

วิตามิน B1

อย่างไรก็ดีวิตามิน B1 เป็นวิตามินที่ทานเข้าไปมากมายเท่าไหร่ก็ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายแต่อย่างใดเลยเนื่องจากเป็นวิตามินที่ละลายได้ในน้ำจึงทำให้ไม่มีการสะสมเอาไว้ภายในร่างกายอย่างแน่นอน โดยหากเราได้รับเข้าไปในปริมาณที่มากเกินไปแล้วล่ะก็ร่างกายของเรานั้นมันก็จะจัดการขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะเกือบหมดภายในเวลา 4 ชั่วโมงโดยไม่ถูกดูดซึมเอาไว้ในร่างกายให้ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด ทำให้เราจึงไม่ค่อยจะพบอาการผลข้างเคียงหรือโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นจากการได้รับวิตามิน B1 ในปริมาณที่มากจนเกินไป

วิตามิน B1

เมื่อร่างกายของเราขาดวิตามิน B1 จะส่งผลให้เกิดโรคเหน็บชาหรือมีความผิดปกติทางระบบประสาททำให้ความจำไม่ดีหรือหากขาดมากๆ อาจทำให้นอนไม่หลับจนลามไปถึงเบื่ออาหาร, ท้องผูกและมีอาการทางหัวใจอย่างเช่นคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ผิดปกติ นอกจากนี้ก็มีรายที่รุนแรงขนาดทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้เลยทีเดียว สำหรับโรคเหน็บชานั้นเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่โดยในเด็กมักพบบ่อยในทารกอายุ 2-3 เดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นในทารกที่ดื่มแต่นมแม่และไม่ทานอาหารจนขาดวิตามิน B1 เมื่อแพทย์ตรวจแล้วมักจะพบอาการอย่างใดอย่างหนึ่งไล่ไปตั้งแต่หัวใจเต้นเร็ว, หัวใจโต, หน้าเขียว, หอบเหนื่อย, ตัวบวมและร้องเสียงแหบหรือไม่มีเสียงจนอาจตายได้ภายใน 2-3 ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โดยในผู้ป่วยที่มีอาการหนักมากอาจฉีดไธอะมิน 25 มิลลิกรัมเข้าเส้นเลือดดำและตามด้วยอีก 25 มิลลิกรัมเข้ากล้ามเนื้อแล้วจึงฉีดอีก 20 มิลลิกรัมทุกวันหรือวันเว้นวันจนกว่าอาการสำคัญจะหายไป หลังจากนั้นก็ควรให้กินไธอะมิน 10 มิลิกรัมทุกวันติดต่อกันไปอีกหลายสัปดาห์และตัวคุณแม่เองในช่วง 2-3 วันแรกก็ควรได้รับการฉีดไธอะมิน 50 มิลลิกรัมเข้ากล้ามเนื้อทุกวัน ขณะเดียวกันนั้นในเด็กโตหรือผู้ใหญ่จะแบ่งอาการออกได้เป็น 3 แบบนั่นก็คือมีอาการชาโดยไม่บวมและมักชาที่ปลายมือปลายเท้ารวมไปถึงไม่มีกำลังที่กล้ามเนื้อของแขนและขา ซึ่งอาจทดสอบได้ด้วยการให้ผู้ป่วยนั่งยองๆ แล้วลุกขึ้นเองจะเห็นได้ว่าผู้ป่วยนั้นจะทำไม่ได้ นอกจากที่ปลายมือปลายเท้าแล้วนั้นผู้ป่วยอาจมีอาการบวมด้วยมีน้ำคั่งในช่องท้องและช่องปอด รวมไปจนถึงในบางรายอาจมีอาการหอบเหนื่อย, หัวใจโตและเต้นเร็วจนถึงขึ้นหัวใจวายได้หากไม่ได้รับการรักษาทันเวลาผู้ป่วยก็อาจสิ้นใจได้ ส่วนอีกอาหารหนึ่งนั้นพบในผู้ป่วยที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรังร่วมด้วยจึงมีอาการทางสมอง 3 ประการด้วยกันได้แก่การเคลื่อนไหวของลูกตาทำได้น้อยหรืออาจทำไม่ได้เลย, เดินเซและมีความผิดปกติทางจิตใจ สำหรับการรักษาจะฉีดไธอะมินครั้งแรกที่อาจสูงถึง 100 มิลลิกรัมทางเส้นเลือดดำโดยพยายามฉีดเข้าเส้นเลือดอย่างช้าๆ เพื่อให้ได้ผลการรักษาอย่างเต็มที่ในทันที

วิตามิน B1

วิตามิน B1 นั้นถูกทำลายได้ด้วยความร้อนดังนั้นเราจึงควรที่จะทำการหุงต้มธรรมดาเพื่อไม่ให้สูญเสียวิตามินไปมากมายนักอย่างเช่นการหุ้งข้าวกล้องในหม้อหุงข้าวเราก็จะได้สารอาหารแทบจะครบถ้วนอย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันการย่างหรืออบพวกเนื้อสัตว์ก็จะทำให้เราสูญเสียวิตามิน B1 ไปไม่เกิน 25% แต่หากเราเอาไปต้มหรือลวกเนื้อแล้วทิ้งน้ำไปก็จะเสียประโยชน์ไปอย่างมากมายถึง 50% ดังนั้นเราจึงควรที่จะกินทั้งเนื้อและน้ำ นอกจากนี้การที่เราเอาผักไปต้มในน้ำน้อยๆ ให้สุกเร็วๆ ก็ช่วยให้สูญเสียวิตามิน B1 น้อยกว่าการต้นนานๆ ในน้ำมากๆ

 

 

 

♣♣................................................Natureshop.in.th คัดสรรสิ่งดีๆจากธรรมชาติมาให้คุณ.................................................♣♣

ระบบโดย OpenCart
Natureshop © 2018 | ภาษาไทยโดย Opencart2004