♧♧.....natureshop.....♧♧


แนะนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามอาการ

สมุนไพรสร้างเสริมสุขภาพ

รับจัดยาหม้อ สมุนไพรรักษามะเร็ง

เวชสำอางรักษาสิวฝ้ากระ

ผักอัดเม็ด
  

G-herb สมุนไพรรักษามะเร็ง : หมอสมหมาย ทองประเสริฐ

ยาปลูกผม-รักษาผมร่วงผมบาง-แก้ปัญหาหัวล้าน-เร่งผมยาว-นครหลวงการแพทย์

บทความสุขภาพน่าอ่าน

การชำระเงิน

วิตามิน B6

วิตามิน B6

วิตามิน B6

วิตามิน B6 เป็นอีกหนึ่งสาขาของวิตามินบีที่เป็นวิตามินละลายในน้ำและมักใช้ร่วมกับวิตามินบี1 และบี12 ซึ่งวิตามินบี 1 ทำงานกับคาร์โบไฮเดรต ขณะที่วิตามิน B6 และวิตามินบี12 จำงานร่วมกับโปรตีนและไขมัน ซึ่งร่างกายของคนเราต้องการ วิตามิน B6 เฉลี่ยตกวันละ 1.5 มิลลิกรับ ส่วนวิตามิน B6 นั้นแบ่งแยกออกได้หลากหลายรูปแบบประกอบไปด้วยไพริดอกซิน, ไพริดอกซิน 5'-ฟอสเฟต, ไพริดอกซาล, ไพริดอกซาล 5'-ฟอสเฟต, ไพริดอกซามิน, ไพริดอนซามิน 5'-ฟอสเฟต และกรด 4-ไพริดอกซิก

วิตามิน B6

สำหรับประโยชน์ของวิตามิน B6 นั้นมีอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน, ช่วยบรรเทาอาการปากแห้งและคอแห้ง, ช่วยเปลี่ยนกรดอะมิโนให้เป็นวิตามินบี3 หรือไนอะซิน, ช่วยร่างกายสร้ายน้ำย่อยในกระเพาะอาหารและแร่ธาตุแมกนีเซียม, ช่วยแก้การเป็นตะคริว, แขนขาชาพร้อมกับขับปัสสาวะ, ช่วยร่างกายสร้างภูมิต้านทานแอนติบอดี้และช่วยสร้างเซลล์โลหิตให้ดีขึ้น, ช่วยบรรเทาโรคที่เกิดจากระบบประสาทและผิวหนัง, ช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่เมื่อร่างกายขาดน้ำตาลวิตามิน B6 จะช่วยละลายน้ำตาลที่สะสมในตับและสารอาหารอื่นเปลี่ยนเป็นน้ำตาล, ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในร่างกายกว่า 100 ชนิดในการสันดาปโปรตีน, มีส่วนในการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยการสร้างเม็ดเลือดขาวเพิ่มขึ้นช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันเพิ่มตามไปในตัว และช่วยสร้าง hemoglobin พร้อมทำให้ hemoglobin นำออกซิเจนได้เพิ่มมากขึ้น

วิตามิน B6

ขณะเดียวกันนั้นวิตามิน B6 หรือไพริดอกซินก็เหมือนวิตามินในตระกูลบีที่ร่างกายของเราไม่สามารถสังเคราะห์ขึ้นมาเองได้นอกจากเราต้องทานเข้าไปและแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามิน B6 นั้นก็อยู่ในพืชผักและเมล็ดข้าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งรำข้าว, ผักใบเขียวและเนื้อวัว นอกจากนั้นมันก็ยังพบมากในเนื้อหมู, เนื้อปลา, ข้าวโพด, กะหล่ำปลี, ถั่วเหลือง, ข้าวสาลี, ถั่วลิสง, นม, ไข่แดง, ถั่วเขียว, มันฝรั่ง, กล้วย, แคนตาลูป, อโวคาโด, วอลนัท, ยีสต์หมัก, กากน้ำตาลและพริกไทยเขียว ส่วนความต้องการวิตามิน B6 ต่อวันในแต่ละเพศแต่ละวัยนั้นได้แก่อายุ 19-50 ปีนั้นชายและหญิงต้องการเท่ากันที่ 1.3 มิลลิกรัม ขณะที่เมื่ออายุตั้งแต่ 51 ปีขึ้นไปในผู้ชายจะต้องการเพิ่มขึ้นเป็น 1.7 มิลลิกรัมส่วนผู้หญิง 1.5 มิลิกรัม ส่วนช่วงตั้งครรภ์นั้นว่าที่คุณแม่ต้องการ 1.9 มิลลิกรัม แต่หลังจากคลอดแล้วอยู่ในระหว่างให้น้ำนมเจ้าตัวน้อยจะต้องการ 2.0 มิลลิกรัม

วิตามิน B6

แม้จะไม่ค่อยพบผู้ที่ขาดวิตามิน B6 มากสักเท่าไหร่นักเนื่องจากเป็นวิตามินที่พบมากในอาหารทั่วไป แต่ก็ยังพอที่จะพบได้บ้างในผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะ, ยากันชัก, ยาคุมกำเนิดและแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งจะมีอาการอ่อนเพลียง, ผิวหนังและปากมีผื่น, ลิ้นอักเสบรวมไปถึงโลหิตจาง โดยกลุ่มคนที่เสี่ยงต่อการขาดวิตามิน B6 นั้นประกอบไปด้วยผู้สูงอายุ, ผู้ที่ท้องร่วงเรื้อรัง, ผู้ที่ได้รับอาหารไม่มีคุณภาพเป็นเวลานาน, ผู้ที่รับคุมกำเนิด, ผู้ป่วยพิษสุราเรื้อรัง, ผู้ที่ทานยา isonicotinic acid hydrazide, cycloserine, hydralazine, penicillamine, เด็กที่รับประทานยาขยายหลอดลม theophyllin และผู้ที่มีการใช้ยามากเช่นการติดเชื้อเรื้อรัง, การอักเสบเรื้อรัง, เบาหวานและคอพอกเป็นพิเศษ

วิตามิน B6

เมื่อร่างกายของเราขาดวิตามิน B6 จะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสภาพผิวอาทิเช่นผิวอาจอักเสบหรือเป็นสิวและอาจเป็นหืดหรือภูมิแพ้ที่อาจเกิดขึ้นได้เมื่อขาดไพริดอกซิน ขณะเดียวกันก็จะมีอาการหงุดหงิด, ประหม่าตื่นกลัว, นอนไม่หลับ, อ่อนเพลีย, เล็บเป็นคลื่น, เจ็บลิ้น, ปากอักเสบ, ปากนกกระจอก, ปลายประสาทอักเสบ, เม็ดเลือดขาวต่ำ รวมไปถึงอาจเกิดภาวะกระดูกพรุน, ข้อต่ออักเสบและนิ่วในไตได้อีกด้วย ส่วนทางด้านการรักษานั้นสำหรับในผู้ใหญ่ก็ให้ทานไพริดอกซินวันละ 50-100 มิลลิกรัม

วิตามิน B6

จากการศึกษานั้นพบว่าแม้เราจะฉีดวิตามิน B6 เข้าเส้นในปริมาณ 200 มิลลิกรัมก็ไม่ส่งผลก่อให้เกิดพิษภัยแต่อย่างใดและการได้รับเข้าไปในทางปากปริมาณ 100-300 มิลลิกรัมต่อวันนั้นมันก็ไม่ปรากฏว่าจะมีอันตรายเช่นเดียวกัน แต่หากว่าเราทานขนาดเป็นกรัมติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างเช่นขนาด 6 กรัมเป็นเวลาอย่างต่อเนื่อง 2 เดือนเพื่อรักษาอาการปวดท้องก่อนการมีประจำเดือนนั้นมันจะมีผลกระทบต่อระบบประสาททำให้มีอาการเดินเซและรอบๆ ปากมือหรือเท้าชา เมื่อตรวจร่างกายก็จะพบว่าเสียความรู้สึกในการรับรู้ตำแหน่งสั่นสะเทือนของปลายแขนและขา, ความเจ็บปวด, ความรู้สึกร้อนและกรับรับรู้สัมผัส อย่างไรก็ดีการสะท้อน (Reflex) อาการจะดีขึ้นหลังจากที่หยุดวิตามิน B6 เป็นเวลาครึ่งปี

วิตามิน B6

นอกจากนี้วิตามิน B6 ยังให้ผลดีในการบรรเทาอาการปวดเกร็งอย่างผิดปกติของมดลูกเนื่องจากช่วยลดเอสโตรเจนและเพิ่มระดับโปรเจสเตอโรนแทน ซึ่งจากการทดลองพบว่ารักษาอาการปวดเกร็งมดลูกได้ถึง 84% แม้ว่าอาการของ PMS จะมีหลายแง่มุมแต่การเสริมวิตามิน B6 อย่างเดียวก็ช่วยทุเลาได้และเมื่อศึกษาลึกลงไปก็ยังพบว่าสิวที่เกิดก่อนการมีประจำเดือนนั้นลดลงได้ 72% ของจำนวนหญิงสาวทั้งหมด 106 คนที่ได้รับไพริดอกซินวันละ 50 กรัมติดต่อกัน 1 สัปดาห์ก่อนมีประจำเดือนและระหว่างมีประจำเดือนไพริดอกซินก็จะทำหน้าที่คล้ายยาขับปัสสาวะอ่อนๆ จนช่วยลดอาการปวดเกร็งมดลูกได้ ขณะเดียวกันนั้นหญิงที่มีรอบเดือนและเป็นสิวส่วนใหญ่ก็ได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีกับอาหารเสริมวิตามิน B6 ช่วยให้การเผาผลาญฮอร์โมนสเตียรอยด์เป็นไปตามปกติ โดยวิตามิน B6 ใช้ได้อย่างต่อเนื่องที่ 50-200 มิลลิกรัมต่อวัน

 

 

 

♣♣................................................Natureshop.in.th คัดสรรสิ่งดีๆจากธรรมชาติมาให้คุณ.................................................♣♣

ระบบโดย OpenCart
Natureshop © 2018 | ภาษาไทยโดย Opencart2004