♧♧.....natureshop.....♧♧


แนะนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามอาการ

สมุนไพรสร้างเสริมสุขภาพ

รับจัดยาหม้อ สมุนไพรรักษามะเร็ง

เวชสำอางรักษาสิวฝ้ากระ

ผักอัดเม็ด
  

G-herb สมุนไพรรักษามะเร็ง : หมอสมหมาย ทองประเสริฐ

ยาปลูกผม-รักษาผมร่วงผมบาง-แก้ปัญหาหัวล้าน-เร่งผมยาว-นครหลวงการแพทย์

บทความสุขภาพน่าอ่าน

การชำระเงิน

วิตามิน K

วิตามิน K

วิตามิน K

วิตามิน K จัดได้ว่าเป็นวิตามินที่อยู่ในกลุ่มที่ละลายได้ดีในไขมันและจำแนกออกได้เป็น 2 แบบตามธรรมชาตินั่นก็คือวิตามิน K I หรือฟิลโลควิโนน (phylloquinone) เป็นรูปแบบที่พบในพืชและสัตว์ และวิตามิน K II หรือเมนาควิโนน (menaquinone) เป็นรูปแบบที่พบได้ในเนื้อเยื่อตับของคนเรา นอกจากนี้นั้นทางร่างกายของเรายังสามารถที่จะสร้างขึ้นเองได้จากแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในร่างกายนั่นก็คือวิตามิน K III หรือเมนาไดโอน (menadione) เป็นโมเลกุลที่สังเคราะห์ขึ้นที่จะถูกเปลี่ยนเป็นเมนาควิโนนโดยตับอีกทอดหนึ่ง โดยวิตามิน K นั้นโดดเด่นเป็นอย่างยิ่งในเรื่องของการช่วยให้เลือดแข็งตัวเพื่อเป็นการป้องกันเลือดไหลไม่หยุดนั่นเอง และปกติแล้วนั้นร่างกายของเราต้องการวิตามิน K ต่อวันมากถึง 100 ไมโครกรัมเลยทีเดียว แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะว่ามันสามารถที่จะสังเคราะห์ขึ้นได้เองตามธรรมชาติจากเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ของเรานั่นเอง

วิตามิน K

นอกจากวิตามิน K จะมีความเป็นหนึ่งในเรื่องของการช่วยให้เลือดแข็งตัวแล้วนั้นมันยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนเนื่องจากในวิตามิน K นั้นมันมีสารที่ช่วยบำรุงกระดูก โดยผู้ป่วนที่เป็นโรคกระดูกพรุนหากได้รับวิตามิน K ในปริมาณที่เพียงพอแล้วล่ะก็อาจทำให้กระดูกไม่หักเมื่อตอนที่เราแก่ตัวลงไป ขณะเดียวกันคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมก็ต้องทานวิตามิน K อย่างสม่ำเสมอเพราะหากขาดมันไปแล้วนั้นอาจส่งผลต่อลูกน้อยที่คุณรักจากภาวะเลือดไม่แข็งตัวจนมีเลือดออกในช่องกระโหลกและลำไส้หรืออาจมีเลือดออกตามบริเวณผิวหนังได้เนื่องจากทารกยังมีปริมาณไขมันในระดับต่ำ รวมไปถึงเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ของเด็กทารกช่วยที่อายุเพียงแค่ 1 สัปดาห์หลังเพิ่งได้ลืมตาดูโลกยังไม่สามารถสังเคราะห์วิตามิน K ได้เองจึงจำเป็นต้องได้รับผ่านน้ำนมของคุณแม่เพียงอย่างเดียว ส่วนในสตรีวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือนนั้นวิตามิน K ก็มีบทบาทในการช่วยไม่ให้ร่างกายขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะและเพิ่มความสามารถในการจับแคลเซียมเข้าไปใส่เอาไว้ในเนื้อกระดูกได้อีกต่างหาก

วิตามิน K

สำหรับแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยวิตามิน K นั้นเราสามารถที่จะหาได้จากน้ำมันมะกอก, น้ำมันถั่วเหลือง, เนื้อสัตว์, นมสดและเนย รวมไปถึงจำพวกผลไม้อย่างเช่นกล้วย, ราสเบอร์รี่ และลูกแพร์ ขณะที่หากเป็นประเภทผักแล้วล่ะก็จะรวมตัวกันอยู่ในผักคะน้า, บร็อกโคลี่, มะเขือเทศ, ผักโขม, รำข้าว, กะหล่ำปลี, ข้าวโพด, กะหล่ำดอกและกาแฟ โดยที่วิตามิน K จะพบได้มากที่สุดก็ในอาหารประเภทผักใบเขียว

วิตามิน K

หากร่างกายเราขาดวิตามิน K ไปแล้วนั้นมันก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ไม่น้อยเลยทีเดียวโดยสำหรับในทารกก็เป็นดังที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว ส่วนในผู้ใหญ่นั้นมันมักจะเกิดร่วมกันกับสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งอาทิเช่นโรคเรื้อรังของระบบทางเดินอาหารบางชนิดหรือโรคทางเดินน้ำดีอุดตัน นอกจากนี้ยังอาจเกิดจากหลังผ่าตัดสำไส้เล็กหรือได้รับยาปฏิชีวนะที่มีฤทธิ์ครอบคลุมเชื้อกว้าง โดยการวินิจฉัยนั้นทำได้ด้วยการตรวจเวลาโปรธรอมบิน (prothrombin; PT) ซึ่งผู้ที่มีภาวะขาดวิตามิน K จะใช้เวลานานกว่าปกติหรือเราอาจจะเลือกใช้การตรวจปริมาณวิตามิน K โดยตรงด้วยวิธี HPLC สำหรับการรักษานั้นทำได้ด้วยการให้วิตามิน K ในรูปยาฉีด 10 มิลลิกรัมครั้งเดียว ขณะที่ผู้ป่วนที่มีโรคเรื้อรังอื่นนั้นเราอาจจะเสริมด้วยการให้วิตามิน K ในรูปของยากินที่ปริมาณ 1-2 มิลลิกรัมต่อวันหรือในรูปของยาฉีดที่ 1-2 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์ ขณะเดียวกันนั้นการที่ร่างกายขาดวิตามิน K ก็ยังอาจทำให้เราท้องเสียได้บ่อยและเลือดออกง่ายอีกด้วย

วิตามิน K

อย่างไรก็ดีในการที่ร่างกายของเรานั้นมันได้รับวิตามิน K มากจนเกินไปก็กลายเป็นผลร้ายได้เหมือนกัน โดยจะทำให้เกิดภาวะวิตามิน K เป็นพิษ (Hypervitaminosis K) ที่จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและทางเดินหายใจรวมไปถึงส่งผลให้เกิดภาวะเม็ดเลือดแดงแตกรวมไปถึงภาวะบิลิรูบินในเลือดต่ำในทารกอีกด้วย ขณะเดียวกันหากคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ได้รับในปริมาณที่สูงเกินไปก็จะทำให้เกิดโรคดีซ่านในทารกแรกคลอด ส่วนสารหรืออาหารต้านฤทธิ์วิตามิน K นั้นได้แก่ยาแอสไพริน, ยาปฏิชีวนะ, ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและมลพิษทางอากาศ

 

 

 

♣♣................................................Natureshop.in.th คัดสรรสิ่งดีๆจากธรรมชาติมาให้คุณ.................................................♣♣

ระบบโดย OpenCart
Natureshop © 2018 | ภาษาไทยโดย Opencart2004