♧♧.....natureshop.....♧♧


แนะนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรตามอาการ

สมุนไพรสร้างเสริมสุขภาพ

รับจัดยาหม้อ สมุนไพรรักษามะเร็ง

เวชสำอางรักษาสิวฝ้ากระ

ผักอัดเม็ด
  

G-herb สมุนไพรรักษามะเร็ง : หมอสมหมาย ทองประเสริฐ

ยาปลูกผม-รักษาผมร่วงผมบาง-แก้ปัญหาหัวล้าน-เร่งผมยาว-นครหลวงการแพทย์

บทความสุขภาพน่าอ่าน

การชำระเงิน

วิธีรักษาสิวอุดตันแบบเบ็ดเสร็จและผลของการใช้ยาละลายสิวอุดตัน

วิธีรักษาสิวอุดตันแบบเบ็ดเสร็จและผลของการใช้ยาละลายสิวอุดตัน

สิวอุดตัน
สิวอุดตัน เป็นประเภทของสิวที่พบได้บ่อย มากกว่า 70 %ของปัญหาสิว ซึ่งพบได้ทุกกลุ่ม อายุ ทุกเพศแต่ส่วนใหญ่จะพบในวัยรุ่น และวัยหนุ่มสาว เกิดได้บ่อยบริเวณใบหน้า ลำคอ และลำตัว(โดยเฉพาะที่หลัง) ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีต่อมไขมัน Sebaceous gland จำนวนมาก   วันนี้เราจะคุยถึงสิวอุดตันใน 4 หัวข้อ คือ

สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน   ประเภทของสิวอุดตัน  การป้องกันการเกิดสิวอุดตันและการรักษาสิวอุดตันรวมถึงผลของการใช้ยาละลายสิวอุดตัน

สาเหตุการเกิดสิวอุดตัน

1. ต่อมไขมัน Sebaceous สร้างไขมันมากเกินไป โดยอาจเกิดจากสาเหตุฮอร์โมนเพศชายแอนโดรเจน ชนิด Testosterone ซึ่งควบคุมการเจริญเติบโตและการสร้างไขมัน สูงมากกว่าปกติแล้วไขมันเกิดจากอุดตันในท่อไขมันที่ระบายไขมัน ออกสู่ผิวหนังด้านนอก อันนำมาซึ่งปัญหาสิวอุดตัน
2. ผิวแพ้ง่าย  มักพบเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดสิวได้บ่อยเช่นกัน
3. ความผิดปกติของการลอกผิวในท่อขุมขนเอง   แล้วทำให้เกิดการอุดตัน
4. สิวจากเครื่องสำอาง   มักเกิดจากอาการแพ้เครื่องสำอางบางชนิด
5. สิวจากสเตียรอยด์ มักเกิดในผู้ที่ใช้ครีมทาที่ผสมสเตียรอยด์ ในการรักษาผิวแพ้ หรือรับประทานยา Prednislone เป็นประจำ เช่นผู้ป่วยโรคไต Nephrotic syndrome หรือ SLE
6. ความเครียด
7. ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ในภาวะใกล้หรือหมดประจำเดือน

 

ประเภทของสิวอุดตัน

การรักษาสิวอุดตัน-การใช้ยาละลายสิวอุดตัน

ประเภทของสิวอุดตัน(สิวไม่อักเสบ) แบ่งเป็น 2 ชนิดหลักๆ คือ
1.สิวหัวเปิด(Open comedone) หรือ สิวหัวดำ (Black head) มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 0.1-3 มิลลิเมตร และสังเกตดีๆ จะมีจุดดำอยู่ตรงกลาง ซึ่งจุดเหล่านี้ก็เป็นกลุ่มเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว, ไขมัน, และเชื้อ P.acnes อุดอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมัน   ตามรูป B

2.สิวหัวปิด (Closed comedone ) หรือ สิวหัวขาว (White head ) ตามูรูป c เป็นตุ่มนูนเล็กน้อย เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.1-3 มิลลิเมตร มีสีเดียวกับผิวหนังปกติ สิวประเภทนี้เกิดจากการอุดตันสะสมอยู่ในท่อเปิดของต่อมไขมันและขุมขน (Pilosebaceous unit) แต่ท่อเปิดจะเล็กมากจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สิวหัวปิดขนาดใหญ่ อาจจะคงอยู่ได้ นานหลายสัปดาห์ หรือ หลายเดือน ประมาณ 75% ของสิวชนิดนี้จะกลายไปเป็นสิวอักเสบ  ตามรูป E

 

ผลข้างเคียงจากการเกิดสิวอุดตัน
มักเกิดจากการพยายามแกะ แคะ บีบเพื่อให้สิวอุดตันหลุด และขาดความชำนาญในการกดสิว มักพบได้บ่อยคือ
1. รอยดำจากสิว
2. รอยหลุมจากสิว
3. สิวอุดตันเกิดมากขึ้น เนื่องจากการกดหรือบีบแล้วทำให้ท่อไขมันบริเวณข้างเคียงเกิดอุดตัน จากการบาดเจ็บ( trauma)

 

การป้องกันการเกิดสิวอุดตัน

 แนวทางการปฏิบัติสำหรับการป้องกันการเกิดสิวอุดตัน มีหลักการคือ พยายามอย่าให้ผิวมัน และการกระทบกระเทือนต่อท่อหรือต่อมไขมัน ดังนี้
          1.ผลิตภํณฑ์ล้างหน้า เช่น สบู่ เจล โฟม ควรเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว  ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง ไม่ทำให้ผิวเสียสมดุล   และไม่เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นด่างสูง
         2. เครื่องสำอาง ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำหอม  สารซักล้าง
          3. หลีกเลี่ยงการรบกวนผิวมากๆ เช่น เช็ดหน้า หรือ นวดหน้าแรงๆ
          4.  หากจำเป็นต้องใช้ยารับประทานกลุ่ม Retionoids หรือ ยาคุมกำเนิดกลุ่ม Dian-35 ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์
          5. งดอาหารที่ทำให้เกิดสิวง่าย เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด ทุเรียน ขนมหวาน ไอศครีมหรือต้องคอยสังเกตว่าทานอาหารชนิดใดแล้วมีสิวอุดตันง่าย ให้หลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้น
          6. พักผ่อนให้เพียงพอ
          7. ไม่เครียด
          8. ห้ามกด หรือ บีบสิวเอง กรณีที่เกิดสิว


การรักษาสิวอุดตัน
   ปัจจุบันนิยมรักษาสิวอุดตัน โดยใช้เครื่องมือหลายรูปแบบกดออก  การใช้ยาทาและยาทาน    ซึ่งแต่ละวิธีมักมีผลข้างเคียงสูง ไม่ว่าจะเป็นขณะที่ใช้ในปัจจุบัน หรือในอนาคตก็ตาม ดังนั้นถ้าจะรักษาสิว ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้อง และใกล้ชิดเท่านั้น

    ตัวอย่างยาที่คนเป็นสิวมักนิยมใช้รักษาตนเอง และผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น เช่น
1.ครีมทาสิวอุดตัน กลุ่ม Tretinoin( Retin-A) เป็นยาที่ใช้กันแพร่หลาย มักเรียกกันว่า ยาละลายสิวอุดตัน มีความเข้มข้นแตกต่างกัน ตั้งแต่ 0.025-0.1% อาจอยู่ในรูปของครีม เจล หรือน้ำ โดยพบว่ายิ่งความเข้มข้นสูงยิ่งละลายสิวอุดตันได้ดี แต่ก็จะระคายเคืองผิวหน้า

ยาละลายสิวอุดตัน

Retin-A หรือ เรติน-เอ
เป็นยาที่ใช้สำหรับทารักษาสิว โดยมี่ผลบรรเทาอาการหยาบกร้านของผิวหนัง รอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า และจุดด่างดำของผิวหนัง รวมทั้งผิวหนังที่ถูกทำลายโดยแสงแดดค่ะ



ยาเรติน-เอมีตัวยาสำคัญคือ Tretinoin หรือ Retinoic acid และมีสารอื่นๆประกอบอีกจำนวนหนึ่ง แต่ตัวที่ออกฤทธิ์ในการรักษาสิวก็คือตัว  Tretinoin หรือ Retinoic acid
ยารักษาสิวตัวนี้เป็นยาที่ใช้ทาบริเวณผิวหน้า มีรูปแบบของยาและความเข้มข้นของยาดังนี้

- ชนิดเจล ทาแล้วจะซึมลงผิวหนังค่อนข้างเร็ว และไม่พบคราบขาวบนใบหน้าหลังทา มีความเข้มข้น  0.01% เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย

- ชนิดครีม ความเข้มข้นจะมากกว่าชนิดเจล และถ้าทาในปริมาณที่มากเกินไปมากจะพบว่ามีคราบขาวๆบนใบหน้า มีความเข้มข้น 2 ระดับ คือ 0.025% และ 0.05% แต่ถ้าความเข้มข้นสูงกว่านี้มักพบในโรงพยาบาลมากกว่าเพราะจำเป็นต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์

การเริ่มใช้ยากลุ่มนี้นี้ ควรเริ่มจากความเข้มข้นน้อยๆก่อน หากใครใจร้อนอยากให้สิวหายเร็วๆ ไปเริ่มขนาดที่แรงๆเลย จะพบปัญหาใหญ่กว่าสิวได้ และที่สำคัญที่สุดคือ ต้องใช้อย่างระมัดระวังตามใบกำกับยาที่แทรกมาในกล่อง

 

       2. ยาที่ใช้ในการรักษาสิวมีหลายชนิด หลายรูปแบบ แต่ที่พบว่ามีความนิยมใช้กันเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มที่จะใช้อย่างผิดวิธี  คือ ยาในกลุ่มกรดวิตามินเอ ชนิดรับประทาน ที่มีชื่อสามัญทางยาว่า ไอโสเตรติโนอิน (isotretinoin) หรือ เรติโนอิก แอซิด (retinoic acid) และมีชื่อทางการค้า ที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ Roaccutane® (โรแอคคิวเทน), Acnotin® (แอคโนทิน), Sotret® (โสเตรส), Isotane® (ไอโสเทน) เป็นต้น ยาชนิดนี้แม้ว่จะมีประสิทธิภาพในการรักษาสิวที่ดี แต่ผลข้างเคียงของยานั้นนับว่ามีมากและรุนแรงโดยเฉพาะการใช้ยาอย่างผิดวิธี เช่น ผิวหนังแห้ง ลอก และไวต่อแสง  มีอาการตาแห้ง ปากคอ แห้ง มีผลทำให้ทารกพิการ หรือมความบกพร่องทางสมองได้เช่นกัน อาจทำให้ผู้ทานเกิดความบกพร่องทางการได้ยิน และเป็นพิษต่อตับได้

 

 

 

 

 

 

♣♣................................................Natureshop.in.th คัดสรรสิ่งดีๆจากธรรมชาติมาให้คุณ.................................................♣♣

ระบบโดย OpenCart
Natureshop © 2018 | ภาษาไทยโดย Opencart2004